• Published Date: 20/08/2019
  • by: UNDP

‘Cure Violence’ เมื่อความรุนแรงติดต่อเหมือนโรคระบาด

 

ในยุคที่โลกก้าวสู่ความศิวิไลซ์เทคโนโลยีพัฒนาล้ำหน้า แต่กลับกันเรายังคงเห็นข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงเกิดขึ้นทุกวันไม่ว่ามุมไหนของโลก โดยเฉพาะอเมริกาที่เกิดโศกนาฏกรรมกราดยิงในพื้นที่สาธารณะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ล่าสุดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุกราดยิงที่รัฐโอไฮโอและรัฐเท็กซัสในเวลาห่างกันเพียง 14 ชั่วโมง

แล้วเราจะป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกอย่างไร?

‘Dr. Gary Slutkin’ นักระบาดวิทยา ผู้ก่อตั้งองค์กร ‘Cure Violence’ กล่าวว่า “การกราดยิงเป็นเหมือนโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ง่าย” เขาเคยเดินทางไปทำงานให้กับองค์การอนามัยโลก (WHO) ในการต่อสู้กับการระบาดอย่าง วัณโรค อหิวาตก และโรคเอดส์ ทั้งในเอเชียและแอฟริกามานานกว่า 10 ปี หลังจากที่กลับมายังอเมริกา เขาไม่พบการเกิดโรคระบาดเหล่านี้ แต่กลับรับรู้ถึงปัญหาความรุนแรงที่ระบาดเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะโศกนาฏกรรมในโรงเรียน การแก้ปัญหาโดยทั่วไปคงเป็นบทลงโทษ ซึ่งอาจไม่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรม หรืออีกแนวทางคือต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอ ตั้งแต่ปัญหาในโรงเรียน ความยากจน ครอบครัวแตกแยก ยาเสพติด ไปจนถึงการเหยียดสีผิว ซึ่งยากที่จะทำได้สำเร็จในคราวเดียว

เขาตระหนักว่า สถิติความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น คล้ายกับการแพร่กระจายของโรคระบาด กล่าวคือความรุนแรงติดต่อจากเคสหนึ่งไปสู่อีกเคสหนึ่ง เขาจึงมองว่าการลดปัญหาความรุนแรง น่าจะมีทางออกเช่นเดียวกับการยับยั้งโรคระบาด โดยสรุปได้ 3 สิ่งที่ต้องทำ ได้แก่

1. ยับยั้งการส่งต่อ (Interrupting transmission) เริ่มจากสืบหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นเคสแรก เช่นเดียวกับกรณีของวัณโรคที่ต้องหาผู้ป่วยที่แสดงอาการและแพร่เชื้อสู่คนอื่น

2. ป้องกันการแพร่กระจายในอนาคต (Prevent future spread) ค้นหาว่ามีใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

3. เปลี่ยนบรรทัดฐานของกลุ่ม (Change group norms) ด้วยกิจกรรมชุมชนและปรับปรุงการศึกษา ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในชุมชน

เริ่มต้นจากทดลองจ้างคนมาทำงานเป็นผู้ยับยั้งความรุนแรงในชุมชน (Violence interrupters) โดยจ้างคนในชุมชนหรือคนในกลุ่มแก๊งมาเป็นฮีโร่ เพื่อสร้างความเชื่อถือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความเข้าถึงได้ โดยเทรนให้เข้าใจหลักการโน้มน้าวและการทำให้คนใจเย็นลง ส่วนคนอีกกลุ่มมีหน้าที่ดูแลคนในกลุ่มที่มีความรุนแรงให้อยู่ในระยะการบำบัดตั้งแต่ 6 – 24 เดือน โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม และสร้างเสริมกิจกรรมชุมชนเพื่อเปลี่ยนบรรทัดฐานของคนในชุมชน

‘Cure Violence’ เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2000 ที่ย่าน West Garfield Park หนึ่งในชุมชนที่มีความรุนแรงที่สุดของชิคาโก ซึ่งในปีแรกสามารถลดการเกิดเหตุกราดยิงได้ถึง 67% หลังจากนั้น จึงขยายโมเดลนี้ออกไปยังเมืองอื่นๆ ทั่วอเมริกา ปัจจุบัน มีมากกว่า 50 ชุมชนในอเมริกาที่ใช้แนวทางลดความรุนแรงนี้ นอกจากนี้ยังได้จัดอบรมเทคนิคการป้องกันความรุนแรงให้กับผู้แทนในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในแถบสหรัฐอเมริกา ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งส่วนใหญ่สามารถลดความรุนแรงได้มากถึง 40-70% ตั้งแต่ปีแรก ถือเป็นแนวทางที่ช่วยป้องกันเหตุการณ์น่าเศร้าที่จะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้โดยไม่มีใครคาดคิด

 

ที่มา:

1. http://cureviolence.org/

2. https://www.ted.com/talks/gary_slutkin_let_s_treat_violence_like_a_contagious_disease#t-665523

 

Keywords: , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Submit Project

There are many innovation platforms all over the world. What makes Thailand Social Innovation Platform unique is that we have created a Thai platform fully dedicated to the SDGs, where social innovators in Thailand can access a unique eco system of entrepreneurs, corporations, start-ups, universities, foundations, non-profits, investors, etc. This platform thus seeks to strengthen the social innovation ecosystem in Thailand in order to better be able to achieve the SDGs. Even though a lot of great work within the field of social innovation in Thailand is already happening, the area lacks a central organizing entity that can successfully engage and unify the disparate social innovation initiatives taking place in the country.

This innovation platform guides you through innovative projects in Thailand, which address the SDGs. It furthermore presents how these projects are addressing the SDGs.

Aside from mapping cutting-edge innovation in Thailand, this platform aims to help businesses, entrepreneurs, governments, students, universities, investors and others to connect with new partners, projects and markets to foster more partnerships for the SDGs and a greener and fairer world by 2030.

The ultimate goal of the platform is to create a space for people and businesses in Thailand with an interest in social innovation to visit on a regular basis whether they are looking for inspiration, new partnerships, ideas for school projects, or something else.

We are constantly on the lookout for more outstanding social innovation projects in Thailand. Please help us out and submit your own or your favorite solutions here

Read more

  • What are The Sustainable Development Goals?
  • UNDP and TSIP’s Principles Of Innovation
  • What are The Sustainable Development Goals?

Contact

United Nations Development Programme
12th Floor, United Nations Building
Rajdamnern Nok Avenue, Bangkok 10200, Thailand

Mail. info.thailand@undp.org
Tel. +66 (0)63 919 8779